ช่วงไม่กี่วันมานี้เห็นข่าวผ่านๆมาเรื่องการยุติข้อพิพาทกรณี JYJ กับ SMEnt 
 
 
คนที่ออกมาให้สัมภาษณ์คือเซีย จำเนื้อหาไม่ได้เท่าไหร่ แต่มีกล่าวถึงทงบังชินกิ 5 คนเล็กน้อย ประมาณว่าไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว แต่ภาพจำคงจะอยู่ในใจของแฟนๆตลอดไป อ่านประโยคนี้แล้วรู้สึกว่าน่าจะมาเขียนอะไรทิ้งไว้สักหน่อย ก่อนที่จะถูกลืมไปจริงๆ ขอเข้าสู่โหมดติ่งเกาหลี ฮ่าๆ
 
คือ จริงๆแล้ว เราไม่ได้ชอบทงบังชินกิ หมายถึง ไม่ได้เป็นแฟนคลับ คลั่งไคล้ ติดตาม อะไรงี้
 
 
แต่มันก็มีอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิตนะ ที่โลกของเราหมุนรอบทงบังชินกิ 
 
 
 
ขออนุญาตข้ามเนื้อหาเรื่องที่มาที่ไปของการเข้ามาอยู่ในวงการนี้แล้วกัน แต่เอาเป็นว่า มีซักปีสองปีเลยล่ะมั้ง ที่จะได้รับรู้ความเป็นไปของศิลปินวงนี้โดยตลอด บางทีก็ต้องตามข่าวตามรูปตามอะไร (ด้วยหน้าที่?) ยอมรับว่าค่อนข้างรู้เยอะมากช่วงนั้น ปลอมตัวเป็นแฟนคลับได้เลย 
 
เราเริ่มฟังเพลงเกาหลีเยอะๆก็ช่วงนั้นอีกเหมือนกัน เริ่มจากทงบังเนี่ยแหละ แล้วก็ค่อยๆขยายไป ถ้าใครทันนะ จะเป็นช่วง Paran, SS501 อะไรอย่างนี้ sj snsd ยังไม่ค่อยบูมเลยมั้งตอนนั้น พูดก็พูดเถอะนะ ถึงอัลบั้มสุดท้ายของทงบังคุณภาพจะดรอปลงจากที่เคยออกมาทั้งหมด แต่มาย้อนกลับไปฟังนะ เพราะว่าเพลง kpop ทั่วไปของตอนนี้ซักสิบเท่าได้
 
ตามความเห็นของเรา ทงบังชินกิเนี่ยแหละ ตัวจุดกระแส kpop ของจริง จนถึงทุกวันนี้ก็ยังหาอะไรแบบนี้ยากนะ บอยแบนด์ที่เป๊ะทั้งหน้าตาและคุณภาพ ร้องประสาน acapella (แล้วเคยเรียกตัวเองว่าเป็นวง acapella dance โอ้โห) ที่สำคัญคือทำเพลงออกมาได้เพราะด้วยสิ
 
ส่วนตัวรู้สึกว่าทงบังเป็นอะไรที่ SMEnt ตั้งใจทำมากในตอนแรก ทั้งเรื่องคัดคน ฝึกซ้อม วางคอนเซ็ป หลอกให้เราเข้าใจไปได้วูบนึงว่า SMEnt คุณภาพจัดมาก แต่สุดท้ายก็นะ เป็นตามที่เห็นปัจจุบันในแต่ละวงของบริษัทนี้ -_-" เพราะอะไรถึงได้มีทงบังชินกิที่เจ๋งสุดๆแบบนั้นออกมากันแน่ เป็นปริศนาเนอะ? 
 
 
กลับมาที่โลกของเราในสมัยนั้น ทงบังชินกิเป็นอะไรมากกว่าที่จะพูดถูกจริงๆ คือไม่ได้ชอบ (แต่น้องชอบมากกกกกกกกกกก) แต่เราอยู่กับมัน เราดูคลิป ฟังเพลง ไปดูคอนเสิร์ต ทงบังเป็นต้นตอของการสร้างอะไรดีๆให้เกิดขึ้นหลายสิ่งหลายอย่าง ขีดเส้นให้เป็นเพื่อนกับคนไม่รู้จัก สร้างสถานการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเจอในชีวิตปกติ  
 
สิ่งละอันพันละน้อยเหล่านั้นที่มาผูกอยู่กับเราเพราะทงบังชินกิ เราไม่เคยมองเห็นเป็นเรื่องใหญ่ จนกระทั่งวันนึงทงบังชินกิแบ่งเป็นสองฝ่าย เราก็ยังเฉยๆ ยังเคยคุยเล่นๆกับน้องซะด้วยซ้ำว่าคิดว่าใครเป็นลูกรัก ใครรักบริษัทมากที่สุด ใครสนิทกับใครเกลียดใครในวง 
 
 
แต่เรื่องไม่คาดคิดก็คือเรื่องไม่คาดคิด พอโดมิโน่ตัวแรกมันล้ม ตัวถัดไปมันก็ล้มตาม 
 
เรื่องที่พันรอบตัวเราอยู่คลายเงื่อนไปทีละตัว สุดท้ายพอไม่ได้ผูกอยู่ด้วยกันแล้ว เราถึงได้รู้ว่าทุกสิ่งที่มันเคยเป็นอยู่ มันควรจะเป็นแบบนั้นต่อไป 
 
 
 
เคยมั้ย? นั่งมองอะไรตั้งแต่เริ่มต้น เฝ้าคอยดูมันค่อยๆเติบโต ยิ่งใหญ่จนถึงขีดสุด ยืนอยู่บนนั้น ค่อยๆเสื่อมลง จนท้ายที่สุดแล้ว ซากที่เหลือ ไม่อาจเรียกได้แล้วว่าเป็นสิ่งที่เราได้เฝ้ามองมาดูตลอด
 
ถ้าคุณเคย ก็คงรู้ ว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยจริงๆ
 
เราไม่เคยรู้หรอกว่าบางอย่าง หรือความรู้สึกบางอย่าง มันมีอายุแค่ไหน มันจะอยู่ไปได้อีกนานเท่าไหร่ หากมันเป็นสิ่งที่ดี ก็ได้แต่หวังว่าจะกอดไว้กับตัวตลอดไป เพราะฉะนั้น การได้เห็น -- เรียกว่า อยู่รับรู้ น่าจะตรงกว่า -- อะไรบางอย่างตั้งแต่ต้น จนมันจบลง จึงเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้มันเกิดขึ้น 
 
อาจจะไม่ได้เป็นฟันเฟืองที่สลักสำคัญอะไรนักในชีวิต แต่ก็เหมือนของบางอย่างที่วางทิ้งไว้ในห้อง อยู่ตรงนั้นแหละดีแล้ว ดีที่สุดแล้ว 
 
 
กับทงบังชินกิ มีความทรงจำร่วมกันมากมายเกิดขึ้น จนมันกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในช่วงชีวิตของเราไปแล้ว ยังจำความรู้สึกตอนที่ cyworld ของยูชอนหลุดออกมาแรกๆแล้วต้องไปแกะรหัสหา ข้อความสั้นๆในหน้าแรกของไซ - Always keep the faith เราเห็นแล้วหัวเราะหึ เราไม่มี faith เราไม่มีอะไรที่ต้อง keep 
 
แต่พอเห็นทุกอย่างกำลังจะหายไปต่อหน้า มีอยู่ครั้งนึงที่สะกิดใจขึ้นมาว่า เพราะเราไม่ได้ตั้งใจรึเปล่า เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆที่จะรักษามันไว้ มันถึงจะหายไป ไม่ใช่เพราะมันถูกกำหนดให้ต้องหายไปหรอก ไม่ใช่เพราะการหายไปของทงบังชินกิหรืออะไรทั้งนั้น 
 
 
ยังไงก็ตามแต่ สุดท้ายแล้ว อาจจะเป็นการดีที่สุด ที่ทงบังชินกิหายไปในช่วงเวลาที่ยังเป็นที่สุด ถูกจดจำในฐานะที่แทบจะเป็นตำนาน อาจจะมีในบางจังหวะที่พวกเขาก้าวพลาด เหมือนกับที่เราก้าวพลาด แต่ไม่มีความผิดพลาดใดจะคงอยู่ตลอดไป
 
การเติบโตสอนให้เราเคารพในการตัดสินใจของทุกคน - ทั้งของคนอื่นและตัวเอง ชีวิตไม่มีเวลาเผื่อสำหรับการชักช้า ศรัทธากลวงๆไม่ก่อให้เกิดอะไร เมื่อมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วซักอย่าง ทุกอย่างก็ไม่มีวันย้อนกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ชีวิตสอนเราแบบนี้ 
 
 
 
 
ทงบังชินกิ และสิ่งต่างๆที่หมุนรอบกันอยู่ ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้ได้มาเกี่ยวข้องกันในรูปการณ์ที่แปลกพิลึก ขอโทษในทุกความผิดพลาด ขอโทษที่ตั้งใจและใส่ใจไม่มากพอ 
 
 
 
ทุกวันนี้ถ้ามีใครเอ่ยชื่อทงบังชินกิ เรามักจะนึกถึง quote นึงที่เห็นผ่านตาอยู่เรื่อยๆ เป็นประโยคที่มองแล้วเห็นภาพเรื่องนี้ขึ้นมาในหัว เค้าว่าไว้ว่า Don't cry because it's over,
 
 
 
Smile because it happened..
:)
 
 
 
 
 
 
แด่ TVfXQ และ KIZXtory

Comment

Comment:

Tweet

เขียนได้ตรงใจที่สุด

#2 By fukaze on 2013-02-26 12:26

โลกของเราก็เคยหมุนรอบทงบังชินกิแบบมากๆ
ทุกวันนี้มันก็ยังหมุนนะ แต่แค่ช้าและห่างมากขึ้น sad smile
อย่างน้อย ทงบังก็ทำให้เราได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆในชีวิตเนอะค่ะ :-)

#1 By twvxq on 2012-12-07 23:33